สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 : THAITAY In ACTION ไทยเท่ ทำได้ ทำจริง ณ จังหวัดลำปาง

03 ธ.ค. 2562

 
     หอการค้าไทย จัดงานสัมมนาใหญ่ หอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 ภายใต้คอนเซป THAITAY In ACTION ไทยเท่ ทำได้ ทำจริง ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จังหวัดลำปาง ระหว่งวันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2562 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมแสดงพลังความสามัคคี ความพร้อมเพรียงกัน และเป็นโอกาสสำคัญ ในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน ของหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ
 
     หอการค้าไทย เน้นขับเคลื่อน ภาคการค้าและบริการ ด้วยการใช้นวัตกรรม(Innovation) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง (Execution) ด้วยการพัฒนา และยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้แก่สมาชิก โดยเฉพาะใน 3 Value Chains หลัก คือ 
  1. ด้านการค้าและการลงทุน
  2. ด้านการเกษตรและอาหาร
  3. ด้านการท่องเที่ยวและบริการ
     ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายกว่า 100,000 ราย จากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกในกรุงเทพฯ,หอการค้าจังหวัด, YEC หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่, สมาคมการค้า, หอการค้าต่างประเทศ, และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทั้งนี้ ปัจจุบัน “ความร่วมมือ หรือ Collaboration” มีบทบาทในการขับเคลื่อนความสำเร็จ ดังนั้น หอการค้าไทยให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สมาคมธนาคาร, สภาอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รวมถึง หอการค้าในต่างประเทศ และองค์กรต่างประเทศ
 
     สำหรับการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 37 ได้กำหนด Theme การจัดงานสัมมนาฯ คือ “THAITAY in ACTION : ไทยเท่ ทำได้ ทำจริง” ในปี 2558 และ 2559 สมัยที่ท่านประธานกิตติมศักดิ์อิสระ เป็นประธานหอการค้าไทย การสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ได้เน้นเรื่อง การส่งเสริม “นวัตกรรม” ปี 58 : นวัตกรรม นำไทย สู่ความเป็นเลิศ, ปี 59 : นวัตกรรม นำจริง สู่ประเทศไทย 4.0 และ 2 ปีที่แล้ว ปี 60 : เติบโต ทั่วถึง แบบไทยเท่  และ ปี 61 : ทุ่มเท ให้ไทยเท่ ไทยเท่าเทียม ไทยยั่งยืน เราได้เริ่มแนวคิด “ไทยเท่” เพื่อสร้าง “การเติบโตแบบมีส่วนร่วม” ด้วยนวัตกรรม และปีนี้เราเน้น Concept  “ทำจริง เต็มรูปแบบ” ผ่าน Theme “THAITAY in ACTION : ไทยเท่ ทำได้ ทำจริง” ทั้งนี้ “ไทยเท่” เชื่อว่า ประเทศไทยจะ “เข้มแข็ง” และ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ได้ เพราะเรา “เพิ่มมูลค่า” ให้สินค้าและบริการ ด้วย “ความคิดสร้างสรรค์” และ “นวัตกรรม” บนพื้นฐาน “วัฒนธรรม” ของเรา
 
  
 
     สำหรับ แนวทาง  การดำเนินการ ระดมความเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ เราเน้น การมีส่วนร่วมของทุกคน โดยใช้วิธี Silent Brainstorm โดยได้แนวทางมาจาก มหาวิทยาลัย Stanford เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม และทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ซึ่งทุกคนจะได้ Post-it ไป และจะเขียนไอเดียของแต่ละคนลงไป แล้วจะมีคนมาสรุปประเด็น ซึ่งโจทย์ในรอบนี้นั้น เราให้แต่ละ Value chain เลือกโครงการขับเคลื่อนจาก Radar Chart ที่เราได้ จัด Priority โครงการของหอการค้าไทย มาจัดทำแผนงานปฏิบัติจริง มาแล้ว ทั้งโครงการที่หอการค้าไทยจะดำเนินการเอง ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ และ ผลักดันให้ภาครัฐมีการสนับสนุน โดยเน้น • เพื่อตอบโจทย์ “เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” และ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ผ่าน 3 โจทย์หลัก คือ 
  1. การประยุกต์ใช้ดิจิตัล Digital Economy
  2. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ Human Capital
  3. การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy
 
     สำหรับสรุปผลการสัมมนาฯ ได้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.การค้าและการลงทุน 2.เกษตรและอาหาร และ 3.ท่องเที่ยวและบริการ
กลุ่มที่ 1 การค้าและการลงทุน
  • หอการค้าไทยจัดทำ TCC Digital Platform ที่เป็น Community Platform สำหรับสมาชิกหอการค้าฯ เพื่อให้เข้าถึงและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และสนับสนุนให้ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ
  • ขอให้รัฐบาลช่วยเปิดข้อมูลบางส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ใน Big Data ของรัฐ เพื่อเอกชนสามารถนำไปใช้ได้
  • นำ Design Thinking มาให้ SMEs ใช้เพื่อตอบสนอง Customer Pains
  • สร้าง Mentor และ Mentee เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการที่จะไปทำการค้าและลงทุน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงทักษะการทำการค้าและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสม ผ่านทั้ง โครงการ Big Brother และ AITI เป็นต้น
  • พัฒนา Reskill และ Upskill เพื่อยกระดับบุคลากรด้านการค้าและการลงทุน ในรูปแบบ Degree / Non-Degree เช่น Aging Society, e-Commerce 
กลุ่มที่ 2 เกษตรและอาหาร
  • เร่งรัดการจัดทำ Application เชื่อมโยง Food Value Chain สินค้าเกษตรพืช ประมง และปศุสัตว์ (Big data) เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจความปลอดภัยสินค้าเกษตรจากฟาร์มสู่ Table
  • จัดฝึกอบรมหลักสูตร Senior Smart Farmer เพื่อพัฒนา Business Model ใหม่ที่ทำให้สามารถเข้าถึง ข้อมูลและเน้นด้าน Demand Driven
  • หอการค้าไทย จะสร้างความรู้ ความเข้าใจ Bio technology เรื่อง “Food Loss (ในกระบวนการผลิตภาคเกษตร) & Food Waste (ในการผลิตภาคอาหาร)” ในการลดปริมาณของเสียทั้งระบบให้กับสมาชิกหอการค้าและเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ของภาคเกษตร
  • 1 ไร่ 1 ล้าน โดยช่วยพัฒนาช่องทางการตลาด
  • 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร  โดย หอการค้าไทย จะสร้างโมเดลต้นแบบสหกรณ์ (Best Practice)  ขยายโมเดล 1 หอฯ 1 สหกรณ์ ผ่านเครือข่ายสหกรณ์พี่เลี้ยง 5 ภาค
กลุ่มที่ 3 ท่องเที่ยวและบริการ
  • ขยายผล TAGTHAI โดย เชื่อมโยงและโปรโมทสินค้าและบริการของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน  
  • จัด Mega Event เช่น Sport Music
  • เตรียมคนสำหรับ Medical Hub (ศัลยกรรมความงาม มีลูกยาก Anti-Aging แปลงเพศ check-up รักษาเฉพาะทาง เป็นต้น)
  • ผลักดัน ทัวร์ริมโขง / Thailand Riviera
  • ดึงดูดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยการชูstory ที่น่าสนใจของแต่ละจังหวัด เพื่อมาถ่ายทำและตัดต่อในไทย
  • ส่งเสริม Man-made Tourism เช่น Disney Land
  • ผลักดัน Gastronomy Tourism โดยเฉพาะ การสร้าง Story ของอาหารเด่นประจำภาค, Chef Table, Street Food สมุนไพร
  • พัฒนาทักษะผู้สูงอายุเพื่อกลับเข้าสู่ตลาดภาคบริการ
  • พัฒนาอบรมบุคลากรเพื่อตอบสนองการดูแลผู้สูงอายุ
  • สร้างต้นแบบการบริหารจัดการขยะชุมชน 5 ภาคและสนับสนุนให้สถานประกอบการที่เป็นสมาชิกให้นำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในกิจการ เช่น การลดใช้ทรัพยากร, การคัดแยกขยะ, การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
  • การปรับแนวคิดการบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่
    
 
นอกจากการสัมมนา 3 กลุ่ม แล้ว เรายังได้มีการประชุมหอการค้าจังหวัดในหัวข้อ Local Economy in Action โดยเรามีข้อเสนอ เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นหลักประกันว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ดังนี้
  1. ผลักดันราคาพืชผลทางการเกษตรโดยภาครัฐรับซื้อไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น พาราซอยซิเมนต์ เป็นต้น 
  2. ส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐไปจัดประชุมสัมมนาในจังหวัดเมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ภายใต้งบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ในปัจจุบัน เพื่อกระจายรายได้ในภูมิภาค
  3. บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการในภูมิภาคต่างๆเพื่อรองรับและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วม โดยขุดบ่อน้ำเพิ่ม โดยใช้แรงงานท้องถิ่น
  4. สนับสนุนให้รัฐมีองค์กรดูแลอากาศสะอาด และมี พรบ.อากาศสะอาด (Clean Air Act)
  5. ผลักดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกให้กับภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของไทย
นอกจากนี้ หอการค้าไทย ได้ดำเนินการจัดสัมมนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าทั่วประเทศ และการประกวด YEC Pitching : CIRCULAR ECONOMY ขึ้นโดยไดรับความสนใจจากสมาชิกเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ตัวอย่างของ ทีมที่น่าสนใจได้แก่ 
  • No waste concept: เป็นการต่อยอด จาก waste ของการผลิตน้ำมะพร้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น และ เอากลับมาใช้หมุนเวียน สู่เกษตรกรของเราทุกคน
  • ลฤก พวงหรีดเสื่อ: พวงหรีดเสื่อรักษ์โลก สำหรับอาลัยผู้ล่วงลับ ถวายของอันเป็นประโยชน์  แก่วัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Mango Shields: ครีมกันแดดที่ลดผลกระทบต่อปะการังจากสารสกัดเปลือกมะม่วงเหลือทิ้ง
สุดท้ายนี้ หอการค้าไทยคาดหวังว่า ผลที่ได้จากการสัมมนานี้ จะเป็นตัวช่วยในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ
เกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างทั่วถึง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
 
-------------------------------------------
Presented by Thai Chamber
ติดตามข่าวสารและภาพกิจกรรมของหอการค้าไทยได้ที่
Website : https://www.thaichamber.org
FB : https://www.facebook.com/ThaiChamber
Line  : @tccline (ใส่ @ ด้วยครับ)
YouTube Channel : หอการค้าไทย Official