"หอการค้าไทย" ถือกำเนิดขึ้นจากพ่อค้าไทยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีแนวความคิดที่จะจัดตั้งหอการค้าขึ้นเช่นเดียวกับใน ต่างประเทศเพื่อเป็นองค์กรกลางในการอำนวยประโยชน์ให้แก่พ้อค้าและนักธุรกิจไทย โดยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนอีกทั้งร่วมมือกันส่งเสริมการค้าและปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทักเทียมกับนานาอารยประเทศ จนกระทั้งเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2476 จึงได้มีการจดทะเบียนก่อตั้ง "หอการค้าไทย" ขึ้น โดยมีสำนักงานแห่งแรกตั้งอยู่ ณ ตึกในตรอกกัปตันบุช ถนนสี่พระยา มีพระยาภิรมย์ภักดี เป็นประธานคนแรกของหอการค้าไทย

 

พระยาภิรมย์ภักดี

ประธานคนแรกของหอการค้าไทย

 

 

 

 

 

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เคียงคู่...พัฒนา...เพื่อความก้าวหน้าของประเทศ

         การพาณิชย์ที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นตามยุคสมัย เป็นเหตุให้มีบริษัทห้างร้าน สมาคมการค้าสาขาต่างๆ และผู้ประกอบธุรกิจการค้าชาวต่างชาติในประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยิ่งมีผู้ทำการค้ามากเท่าไหร่ เส้นทางสายพาณิชย์ก็ยิ่งมีความยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังปรวนแปรตามสภาพสังคมและการเมืองอยู่เสมอ เป็นเหตุให้ในปี 2497 รัฐบาลเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการจัดระเบียบการค้า เพื่อให้เศรษฐกิจเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศชาติได้โดยไม่ชะงักถอย เพราะข้อจำกัดอันเกิดจากการแข่งขันหรือการกีดกันทางการค้า ซึ่งหากมีการจัดระเบียบให้มีแบบแผนถูกต้องแล้ว ย่อมเปรียบเสมือนการแผ้วถางเส้นทางการค้าให้ราบรื่นและเศรษฐกิจสามารถรุดหน้าได้เต็มที่

         แนวความคิดดังกล่าว ปรากฏผลเป็นรูปเป็นร่างในวันที่ 29 กันยายน 2497 เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการจัดตั้ง "สภาการค้า" ขึ้น เพื่อให้เป็นสถาบันกลางของนักธุรกิจทุกชาติทุกภาษาที่ประกอบธุรกิจในการนำสินค้าเข้า ส่งสินค้าออก ผู้ประกอบการผลิต การอุตสาหกรรม การธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และการค้าอื่น ๆ นอกจากนี้ สภาการค้ายังทำหน้าที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในการดำเนินการส่งเสริมและจัดระเบียบการค้า ตลอดจนให้ข้อคิดเห็น คำปรึกษา ข้อเท็จจริง และคำแนะนำแก่รัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวกับการค้า ประสานงานระหว่างผู้ประกอบการค้ากับทางราชการ ประสานและส่งเสริมความสามัคคี และระงับข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบการค้าด้วยกัน หลังจากนั้น คณะกรรมการฯ ได้จัดทำระเบียบข้อบังคับของสภาการค้า และได้จดทะเบียนเป็นสมาคมภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2498

         นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “สภาการค้า” ที่มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น “สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” ในปัจจุบัน ตลอดเส้นทางกว่า 50 ปีที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยยืนหยัดทำบทบาทหน้าที่เคียงคู่หอการค้าไทยมาโดยตลอดนั้น มีเหตุการณ์และภาวะอุปสรรคทั้งจากภายนอกและภายในเกิดขึ้นมากมาย แต่ละยุคสมัยต้องก้าวย่างอย่างระมัดระวัง เสมือนการคัดท้ายนาวาพาณิชย์ ให้มุ่งหน้าตรงตามพันธกิจที่วางเป้าหมายเอาไว้

 

 

"กำเนิดมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภารกิจความภูมิใจของหอการค้าไทย" 

         หากกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของหอการค้าไทย นอกเหนือจากการส่งเสริมธุรกิจการค้าแล้ว การสนับสนุนให้คนไทยมีความรู้ในทางการค้านับเป็นพันธกิจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าข้ออื่น ในระยะแรกที่หอการค้าก่อตั้งขึ้นนั้น การให้ความรู้มักจำกัดอยู่ในแวดวงพ่อค้าที่เป็นสมาชิก ด้วยการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาแสดงปาฐกถาเป็นครั้งคราว หรือแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพ่อค้าด้วยกันตามโอกาส ขณะเดียวกัน คณะกรรมการหอการค้าไทยแต่ละสมัยก็พยายามอยู่เสมอที่จะขยายวงความรู้ไปสู่ประชาชนและเยาวชนที่สนใจการค้า แต่ยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมนัก

         จนกระทั่งในปี 2483 ช่วงเวลานั้นรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยหันมาประกอบอาชีพค้าขายมากขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หอการค้าไทย ซึ่งอยู่ในระยะที่เริ่มยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว อีกทั้งมีสมาชิกที่มีความรู้ดีและชำนาญทางด้านการค้าอยู่หลายท่าน จึงเห็นสมควรที่จะยังประโยชน์แก่ บ้านเมืองอย่างมั่นคงถาวร ด้วยการก่อตั้งสถาบันการศึกษาสำหรับผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพาณิชย์โดยเฉพาะ ดังนั้น “วิทยาลัยการค้าของหอการค้าไทย” จึงกำเนิดเป็นรูปเป็นร่างในปี 2483 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในปัจจุบัน  

 

 


Top